Tuesday, August 21

Raspian มันคือ OS Debian สำหรับ Raspberry Pi

      ก่อนที่เราจะทำให้เจ้าบอร์ด Raspberry Pi มันทำงานได้ ก็ต้องลง OS (Operating System) หรือระบบปฏิบัติการให้มันเสียก่อน ซึ่ง OS ที่เป็นที่นิยม และหาข้อมูลได้ไม่ยาก ก็มีอยู่ 2 ตัว ที่ดังๆ ได้แก่ Debian รุ่นล่าสุดชื่อ wheezy และเจ้า Arch Linux ARM ทั้งสองตัวนี้ สามารถติดตั้งลงบน SD-card ซึ่งเรานำมาใช้แทน Hard disk drive ในการติดตั้ง OS และ โปรแกรมอื่นๆ  ส่วนเจ้า OS ทั้งสองตัวนั้น แตกต่างกันตรงที่ Arch Linux ARM นั้นไม่มีส่วนของ X-Windows หรือหน้าต่าง GUI Windows จะมีก็แต่ Terminal สำหรับให้เราพิมพ์ตัวอักษรโต้ตอบกับ OS เท่านั้น (สำหรับแนวฮาร์ดคอร์ น่าจะชอบนะ)  แต่ ในที่นี้ ผมจะใช้ Debian ดีกว่า เพราะผมก็ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อยากได้ OS ที่ชาวโลกเค้านิยมกันหน่อย เวลามีปัญหาจะได้ไม่รู้สึกเดียวดาย :P

แล้วเจ้า Raspian มันคืออะไรหล่ะ


     จริงๆ แล้วเจ้า Raspian มันก็คือ Debian ที่นำมาตัดต่อโค๊ดให้เข้ากับ ARM1176JZF-S core (นั่นแปลว่า เราไม่สามารถใช้ เวอร์ชั่น Desktop ทั่วไป ลงบนบอร์ด Raspberry Pi ได้)

 Raspberry Pi + Debian = Raspian

เครื่องไม้เครื่องมือ ที่ต้องมี

1. SD-Card Class 4 ความจุไม่ควรจะน้อยกว่า 4GB (เพราะลำพัง Raspian ก็ล่อไปเกือบ 2 GB แล้ว)
2. โปรแกรม USB Image Tool 1.59
3. เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถอ่าน SD-Card ได้
4. ไฟล์ Image ของเจ้า Raspian

 SD Card class 4

     เดิมที่ ทางเว็บหลักของ Raspberry เค้าแนะนำโปรแกรม Win32DiskImager ในการบันทึกไฟล์ Image ลงบน SD-Card แต่ผมได้ลองพยายามแล้ว ปรากฏว่า เจ้าโปรแกรม Win32DiskImager มันมองไม่เห็น SD-Card reader ของผม ทำให้ผมต้องหันไปใช้โปรแกรม USB Image Tool ซึ่งปรากฏว่า ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน

     ขั้นตอน ก็ไม่ได้ยุ่งยาก เลย แค่ใส่ SD-Card เข้าไป แล้วเลือกหาไฟล์ Image (น่าจะชื่อไฟล์ 2012-07-15-wheezy-raspbian.img) ที่เราดาวน์โหลดมา แล้วก็สั่ง Restore เจ้าไฟล์ Image ของเราลงไปที่ SD-Card รอจนเสร็จ แล้วก็เอา SD-Card ไปเสียบที่บอร์ด Rapsberry Pi แล้วก็เสียบแหล่งจ่ายไฟเข้าไป ก็สามารถใช้ได้แล้วครับ

USB Image Tool

Restore ลงไปเสร็จจะเห็นไฟล์ Raspian อยู่ใน SD-Card

 Image file in SD Card

ในตอนแรก ที่ Boot ขึ้นมา จะมีเมนูให้เราตั้งค่าเริ่มต้น ในที่นี้ ผมยังไม่ได้ตั้งค่าอะไร ก็เลือก Finish ไปเลย อยากดูมันก่อนว่าทำงานได้ไหม

เมนู Rapian (ภาพจากอินเตอร์เนต)

ระบบก็เริ่มโหลด OS และพวก Service ต่างๆ ที่เค้าใส่ให้เป็นค่าเริ่มต้นกับ Raspian (ดูแทบไม่ทันว่ามีไรบ้าง สุดท้ายมันก็จะมาหยุดให้เรา Login)

Raspian boot up (ภาพจากอินเตอร์เนต)

User name เริ่มต้นคือ  pi ส่วนพาสเวอร์ดของมันคือ raspberry เมื่อ login ได้แล้ว ก็ลองพิมพ์คำสั่ง startx เพื่อเข้าสู่โหมดกราฟฟิก ดูครับ จะได้หน้าตาประมาณนี้

หน้าต่าง X-Windows (ภาพจากอินเตอร์เนต)

ส่วนเรื่องการปรับแต่ง ส่วนอื่นๆ เดี๋ยวค่อยมาว่ากันต่อ ครับ ว่าเราจำเป็นต้องใช้อะไรเพิ่มอีกบ้าง ไว้ตอนหน้าหล่ะกันครับ

อ่านเพิ่มเติม...

Monday, August 13

Raspberry Pi

     ผมได้บอร์ด Raspberry Pi มาจากจำนวน “ถูกใจ” จำนวนเยอะที่สุดจากการ่วมเล่นรายการผ่านหน้าแฟนเพจของ INEX ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาช่วยกันกด “ถูกใจ” กันซะเยอะขนาดนี้ (ตั้ง 140 คะแนน )  จริงๆ แล้วบอร์ด Raspberry Pi นี้ ก็ราคาไม่แพงเท่าไหร่ แต่ ทางผู้ผลิต ไม่สามารถผลิตบอร์ดนี้ได้ทันความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้ ยิ่งถ้าเป็นเมืองไทยแล้ว ต้องรอคิวกันหน่อย แต่ ด้วยความที่ทางบริษัท INEX ได้เล็งเห็นความต้องการของนักพัฒนาบ้านเรา จึงได้ทำการติดต่อกับไปทางบริษัทแม่ เพื่อขอนำเข้า Raspberry Pi เข้ามาได้จำนวนหนึ่ง และ ได้นำมาแจกให้เล่นเกมด้วย 1 บอร์ด ซึ่งต้องขอขอบคุณทาง INEX ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ที่ได้สนับสนุนวงการ Embedded บ้านเราด้วยดีเสมอมา

มาดูรูปร่างหน้าตา และคุณสมบัติของบอร์ด Raspberry Pi กันสักหน่อย 

Raspberry Pi Board (Model B)

ส่วนประกอบบอร์ด

Rasbperry Pi Hardware specification

    สิ่งที่เราต้องหาซื้อเพิ่มเติม ก็มี แหล่งจ่ายไฟ 5Volt DC ที่สามารถจ่ายกระแสได้ไม่น้อยกว่า 700mA (เพราะฉะนั้น ไฟจากพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์ของเรา ไม่สามารถที่จะจ่ายกระแสได้เพียงพอแน่นอน) ซึ่งทาง Inex เค้าก็มีชุดจ่ายไฟกระแสตรง พร้อมสาย USB mini ขายอยู่ ก็ลองหาซื้อมาใช้ดูครับ สะดวกดีครับ

และสาย AV สำหรับต่อจากพอร์ต AV out เข้ากับ AV-in ของโทรทัศน์ของเรา เพื่อใช้ในการแสดงผล

อีกอย่างที่จำเป็นก็คือ SD-CARD class 4 ความจุไม่ควรจะน้อยกว่า 4GB เพราะลำพังตัว Debian OS ที่จะต้องติดตั้งลงบน SD-Card ก็ใช้พื้นที่ไป เกือบๆ 2 GB เข้าไปแล้ว (หาซื้อตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปก็ได้) แต่ ที่ต้องเน้นก็คือ ขอให้เป็น SD-Card Class 4 นะครับ

Raspberry Pi Hardware set

    ถ้ามีทั้งหมด พร้อมแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าจะเล่นเจ้าบอร์ดนี้ได้เลยนะครับ เราจะต้องทำการติดตั้ง Linux OS ลงบน SD-Card ของเราก่อน เพราะเจ้าบอร์ด Raspberry Pi ไม่ได้มี Hard disk สำหรับเก็บข้อมูลและโปรแกรม แต่ใช้ SD-Card ราคาถูกๆ นี่แหละ ในการเก็บ OS และโปรแกรมต่างๆ ไว้บนนี้ เพราะฉะนั้น บางทีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

     สำหรับเจ้า Linux OS ที่สามารถติดตั้งบน SD-Card ของ Raspberry Pi จะแตกต่างจาก Linux OS ที่ติดตั้งบน PC ของเราเนื่องจากเค้าจะต้องทำการตัดต่อให้เข้ากับบอร์ดของ Raspberry Pi ที่เค้าทำไว้ให้เรา ก็มีหลายค่ายมาก แต่ที่เป็นที่นิยม ณ ตอนนี้ ก็มี เจ้า Raspian (ซึ่งมาจาก Debian Wheezy (7.x) นั่นแหละครับ) และอีกตัวที่เป็นที่นิยม ก็คือ Arch Linux ตัวนี้จะค่อนข้างใช้พื้นที่น้อยกว่าเจ้า Raspian เพราะมันไม่มีส่วนของ GUI Interface มาด้วย (ใครที่ชอบฮาร์ดคอร์ ก็แนะนำเล่นตัวนี้เลยครับ) สำหรับผมแล้ว ขอเล่นเจ้า Raspian ก็แล้วกัน เพราะค่อนข้างหาข้อมูลได้ง่ายกว่า

    บางคนอาจจะมีคำถามว่า แล้ว Ubuntu หล่ะ สามารถติดตั้งได้ไหม เท่าที่ทราบตอนนี้คือ Ubuntu มันรองรับได้แค่ ARM7 หน่ะครับ ทำให้ยังไม่สามารถที่จะติดตั้งบน ARM11 ของเจ้า Raspberry Pi ได้ คงต้องรอไปก่อน แต่ คิดว่า ถ้ากระแสของเจ้า Raspberry Pi ยังแรงเรื่อยๆ ต่อไป เราคงได้เห็น Ubuntu หรือไม่ก็ Android อย่างแน่นอน

แล้วเจ้าบอร์ด Raspberry pi มันเหมาะกับงานแบบไหนหล่ะ ???

     คงต้องบอกก่อนว่า เจ้าบอร์ด Raspberry Pi มันก็เหมือน คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง (แต่อาจะเร็วไม่เท่า) ที่มี OS เป็น Linux แต่ กินไฟน้อยกว่า สามารถที่จะบรรจุลงกล่องขนาดเล็กได้ และนำไปติดตั้งไว้ที่ไหนก็ได้ เพราะฉะนั้น งานที่น่าจะเหมาะกับเจ้า Raspberry Pi ก็น่าจะเป็นงานที่ต้องทำ Application ที่ รันบน Linux ได้ (ซึ่งได้แก่ภาษา Python และ C เป็นต้น) แต่ ไม่ต้องประมวลผลอย่างหนักหน่วงเท่าไหร่นัก  เท่าที่ มีคนเสนอไอเดียการนำ Raspberry Pi ไปใช้ ตอนนี้ ก็เห็นมี 3 งาน ที่น่าสนใจ คือ 1) Internet Radio เพราะเจ้า Raspberry Pi (model B ) จะสามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้เลย 2) Media Streaming  โดยต่อแหล่งข้อมู, เช่น หนัง HD เข้าทางพอร์ต USB แล้วต่อจอทีวีเข้าทาง AV port ทำเป็นเครื่องเล่นหนัง ดูในรถยนต์ ก็น่าสนใจไม่น้อย 3) Security system อันนี้ น่าสนใจไม่น้อย เพราะความที่มันเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์เล็กๆ เครื่องหนึ่ง การสร้าง application ระบบรักษาความปลอดภัย น่าจะทำได้ยืดหยุ่นมากกว่า การทำบนไมโครคอนโทรลเลอร์เล็กๆ มากกว่า

เดี๋ยวตอนต่อไป เรามาดูการติดตั้ง Raspian ลงบน SD-Card กันดีกว่า

อ่านเพิ่มเติม...
 

แจกฟรี พื้นที่ฝากไฟล์ 15 GB

ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter

ติดตาม Blog นี้

About Me

My photo

สวัสดีครับ ชื่อเปิ้ลนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือได้ ก็จะช่วยครับ
ผมได้สร้างบล๊อกไว้ เพื่อเก็บรวบรวมความรู้ และประสบการณ์ในการทำงานครับ แวะไปเยี่ยมชมกันได้ครับ http://mechacity.blogspot.com และบล๊อก http://faker-programmer.blogspot.com ครับ

Blog อื่นๆของฉัน

Microcontroller Electronics update

สถิติเยี่ยมชมบล๊อก